วันเสาร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

คำศัพท์ครั้งที่ 10


Modify เปลี่ยนแปลง: การเปลี่ยนเนื้อหาหรือคุณลักษณะของเป้าหมาย 

Network Security การรักษาความปลอดภัยเครือข่าย: การปกป้องเครือข่ายและบริการต่างๆของเครือข่ายจากการเปลี่ยนแปลง, ทำลาย, หรือเปิดเผยโดยไม่ได้รับอนุญาต

Open Systems Security การรักษาความปลอดภัยในระบบเปิด:เครื่องมือต่างๆที่ใช้สำหรับทำให้การเชื่อมต่อของเครือข่ายของระบบเปิด (open systems) ต่างๆมีความปลอดภัย

Security ความปลอดภัย: สภาพที่เกิดขึ้นจากการจัดตั้งและการดำรงไว้ซึ่งมาตรการการปกป้องที่ทำให้เกิดความมั่นใจว่าการกระทำหรืออิทธิพลที่ไม่เป็นมิตรไม่สามารถจะบุกรุกเข้ามาได้ 

executive routine : ชุดคำสั่งประจำกระทำการ เป็นโปรแกรมที่มีความเชี่ยวชาญในระบบควบคุมในการทำงานและแปลโปรแกรมอื่นมักจะอ้างอิงถึงการแปลคำสั่งแสดงผลลัพธ์ หรือหัวหน้างาน 

วันจันทร์ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

คำศัพท์ครั้งที่ 9


Access การเข้าถึง: การจัดตั้งการสื่อสารหรือการติดต่อซึ่งอาจเป็นได้ทั้งทางตรรกะ(logical) หรือ ทางกายภาพ (physical)

Action การกระทำ:ขั้นตอนที่ผู้ใช้หรือ process ใช้ในการที่จะให้บรรลุผลอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น การ probe, scan, flood, authenticate, ข้ามผ่าน (bypass), spoof, อ่าน (read), สำเนา (copy), ขโมย
(
steal), เปลี่ยนแปลง (modify), หรือ ลบ (delete) 

Active Attack การโจมตีแบบ active:การโจมตีที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนสถานะโดยไม่ได้รับอนุญาต เช่น
การเปลี่ยนแปลง
file หรือการเพิ่ม file ที่ไม่ได้รับอนุญาตเข้าไป

Administrative Security การบริหารเรื่องความปลอดภัย:ข้อกำหนดทางการจัดการและสิ่งควบคุมเสริมต่างๆที่ตั้งขึ้นมาเพื่อให้การป้องกันข้อมูลอยู่ในระดับที่ยอมรับได้

Sneaker: ผู้ซึ่งถูกว่าจ้างให้บุกรุกเข้าไปในที่ต่างๆเพื่อที่จะทดสอบการรักษาความปลอดภัยของที่นั้น

วันพฤหัสบดีที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

คำศัพท์ครั้งที่ 8


Alert การแจ้งเตือน: ข้อความที่ถูกเขียนขึ้นมาเพื่อใช้อธิบายสถานการณ์ที่เกี่ยวข้อง กับความปลอดภัยของเครือข่าย การแจ้งเตือนมักจะเกิดมาจากการตรวจสอบ (audit) ที่สำคัญ (critical)

Anomaly Detection Model แบบแผนที่ใช้ในการตรวจจับการบุกรุกโดยมองหากิจกรรมของผู้ใช้หรือของระบบที่ผิดแปลกไปจากปกติ

 Application Level Gateway(Firewall) Gateway ระดับ Application (Firewall): ระบบ firewall ที่มี process หนึ่งให้บริการโดยที่มีการคงไว้ซึ่งสถานะและลำดับขั้นต่างๆ ในการเชื่อมต่อแบบ TCP โดย
สมบูรณ์
firewall ในระดับ application นี้ส่วนใหญ่จะเปลี่ยน address ของ traffic โดยทำให้ traffic ที่ออกไปเป็นเสมือนกับ traffic ที่มีแหล่งกำเนิดจาก firewall เอง แทนที่จะกำเนิดจาก host ภายใน

ASIM - Automated Security Incident Measurement การวัดเหตุการณ์ความปลอดภัยแบบอัตโนมัติ: การเฝ้าดู traffic ในเครือข่ายและเก็บสะสมข้อมูลจากเครือข่าย เป้าหมายโดยการตรวจจับกิจกรรมที่ไม่ได้รับอนุญาตในเครือข่าย

Assessment การประเมิน: การสำรวจและตรวจสอบ การวิเคราะห์ถึงความล่อแหลม (vulnerability) ของระบบข้อมูลอัตโนมัติ กระบวนการนำมาและตรวจดูซึ่งข้อมูล ที่จะช่วยผู้ใช้ให้สามารถตัดสินใจถึงการใช้ทรัพยากรในการปกป้องข้อมูลในระบบ

วันพุธที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

คำศัพท์ครั้งที่ 7


Assurance การรับรอง: สิ่งบ่งบอกถึงความมั่นใจว่าระบบความปลอดภัยและสถาปัตยกรรมของระบบข้อมูลอัตโนมัตินั้นนำมาซึ่งการใช้บังคับนโยบายรักษาความปลอดภัยได้อย่างถูกต้อง

Personal Firewall คือ ซอฟแวร์ที่ใช้เพื่อควบคุมการเข้า-ออก หรือควบคุมการรับ-ส่งข้อมูลระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ที่อยู่ภายในองค์กรเดียวกัน หรือภายนอก และเพิ่มความมั่นคงปลอดภัยในการใช้งานในระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ให้มากขึ้น นอกจากโปรแกรม Anti-Virus ที่จำเป็นต่อเครื่องคอมพิวเตอร์ของเราแล้ว Personal Firewall ก็มีความจำเป็นไม่น้อยไปกว่าโปรแกรม Anti-Virus เลย ดังนั้นการใช้งานโปรแกรม ดังกล่าวจึงควรใช้งานควบคู่กันไปเพื่อให้เกิดความมั่นใจได้ว่าคอมพิวเตอร์ของคุณอยู่ในสถานะปลอดภัยและจะไม่ถูกคุกคามจากผู้ที่ประสงค์ร้ายทั้งหลาย

Antivirus-Gateway เป็นบริการตรวจสอบ ค้นหา ป้องกัน และ กำจัด ไวรัส ที่ติดมากับ Email ต่าง ๆ ของผู้ใช้บริการ ไม่ว่าจะเป็น Email ขาออก หรือ Email ขาเข้า โดยปกติแล้วใน องค์กรหนึ่ง ๆ นั้น จะมีการติดตั้ง โปรแกรม Antivirus ให้กับเครื่องของผู้ใช้งาน (Client) ในทุก ๆ เครื่อง เพื่อป้องกัน ไวรัส ที่อาจจะมาจากที่ต่าง ๆ ซึ่งหากผู้ใช้งานลืม Update Antivirus ก็จะทำให้ ไวรัส สามารถแพร่กระจาย ไปในองค์กร ได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะ ไวรัสที่ติดมากับ Email ต่าง ๆ แต่ระบบ Antivirus-Gateway นั้น เปรียบเสมือนด่านหน้า ที่คอยตรวจสอบ ค้นหา ป้องกัน และ กำจัดไวรัส ต่าง ๆ ที่จะผ่านเข้ามา ในองค์กรของเรา ทำให้Email ที่ผ่านการตรวจสอบจาก Antivirus-Gateway แล้วนั้นปลอดภัย ถึงแม้ว่า ผู้ใช้ในองค์กร จะลืมทำการ โปรแกรม Update Antivirus ก็ไม่ต้องกังวล เรื่องความปลอดภัย ของอีเมล์ที่เข้ามา

Backup คือ การสำรองข้อมูล เป็นกิจกรรมคัดลอกไฟล์และฐานข้อมูล ดังนั้นพวกเขาจะป้องกันในกรณีของอุปกรณ์ล้มเหลวหรือภัยอื่น โดยทั่วไป การสำรองข้อมูลเป็นงานปกติของปฏิบัติการของข้อมูลขนาดใหญ่กับเครื่องเมนเฟรม และผู้บริหารระบบของคอมพิวเตอร์ธุรกิจขนาดเล็ก สำหรับผู้ใช้คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล การสำรองข้อมูลมีความจำเป็นเช่นกัน แต่มักถูกละเลย การดึงไฟล์ที่การสำรองไว้ เรียกว่าการฟื้นฟู (restore)

Virtual Private Network เป็นเทคโนโลยีการเชื่อมต่อเครือข่ายนอกอาคาร (WAN - Wide Area Network) เป็นระบบเครือข่ายภายในองค์กร ซึ่งเชื่อมเครือข่ายในแต่ละสาขาเข้าด้วยกัน โดยอาศัย Internetเป็นตัวกลาง มีการทำ Tunneling หรือการสร้างอุโมงค์เสมือนไว้รับส่งข้อมูล มีระบบเข้ารหัสป้องกันการลักลอบใช้ข้อมูล เหมาะสำหรับองค์กรขนาดใหญ่ ซึ่งต้องการความคล่องตัวในการติดต่อรับส่งข้อมูลระหว่างสาขา มีประสิทธิภาพเช่นเดียวกับ Private Network

วันอังคารที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2556

คำศัพท์ครั้งที่ 6


Intrusion Prevention System ระบบที่คอยตรวจจับการบุกรุกของผู้ที่ไม่ประสงค์ดี รวมไปถึงข้อมูลจำพวกไวรัสด้วย โดยสามารถทำการ วิเคราะห์ข้อมูลทั้งหมดที่ผ่านเข้าออกภายในเครือข่ายว่า มีลักษณะการทำงานที่เป็นความเสี่ยงที่ก่อให้เกิดความ เสียหายต่อระบบเครือข่ายหรือไม่ โดยระบบ IDS นี้ จะทำการแจ้งเตือนให้ผู้ดูแลระบบทราบ

Network Security   การรักษาความปลอดภัยเครือข่าย: การปกป้องเครือข่ายและบริการต่างๆของเครือข่ายจากการเปลี่ยนแปลงทำลายหรือเปิดเผยโดยไม่ได้รับอนุญาต และให้ความรับรองว่าเครือข่ายจะสามารถปฏิบัติหน้าที่ที่สำคัญได้อย่างถูก ต้องโดยไม่เกิดผลข้างเคียงที่เป็นอันตราย การรักษาความปลอดภัยเครือข่ายรวมถึงการรักษาความสมบูรณ์ของข้อมูล (Data Integrity)

Hacking การใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตหรือการพยายามที่จะใช้อุบายหรือข้ามผ่านระบบรักษาความปลอดภัยเพื่อเข้าสู่ระบบข้อมูลและเครือข่าย

Information Security การรักษาความปลอดภัยโดยการใช้นโยบายหรือระเบียบปฏิบัติ

Confidentiality คือการรักษาความลับของข้อมูลเพื่อไม่ให้ผู้ไม่มีสิทธิ์ในการใช้งานสามารถใช้ข้อมูลนั้นได้

วันจันทร์ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2556

คำศัพท์ครั้งที่ 5


RISK Management หมายถึง โอกาสที่จะเกิดความผิดพลาด ความเสียหาย การรั่วไหล ความสูญเปล่า หรือเหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ที่ทำให้งานไม่ประสบความสำเร็จตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่กำหนด หรือ ความเสี่ยง คือ ความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นและมีผลต่อการบรรลุเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์ที่ตั้งใจไว้ ความเสี่ยงนี้จะถูกวัดด้วยผลกระทบที่ได้รับและความน่าจะเป็นของเหตุการณ์ หรือ “โอกาสหรือเหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ที่จะทำให้เราไม่บรรลุวัตถุประสงค์” ภาษาง่าย ๆ “ ความเสี่ยง คือ สิ่งต่าง ๆที่อาจกีดกันองค์กรจากการบรรลุวัตถุประสงค์/เป้าหมาย

PKI คือ ระบบป้องกันข้อมูลวนการสื่อสารผ่านเครือข่ายอินเทอร์เนท PKI จะใช้กุญแจคู่ (Key pairs) ในการเข้ารหัสและถอดรหัสข้อมูลโดย กุญแจนี้ประกอบด้วย กุญแจส่วนตัว (Private Key) และกุญแจสาธารณะ (Public Key)

Denial of Service หมายถึงการถูกโจมตีหรือถูกส่งคาร้องขอต่าง ๆ จากเครื่องปลายทางจานวนมากในช่วงเวลาหนึ่งๆ ซึ่งทาให้เครื่องแม่ข่าย(Server)ที่เปิดให้บริการต่าง ๆ ไม่สามารถให้บริการได้
Non-Repudiation คือ วิธีการสื่อสารซึ่งผู้ส่งข้อมูลได้รับหลักฐานว่าได้มีการส่งข้อมูลแล้วและผู้รับก็ได้รับการยืนยันว่าผู้ส่งเป็นใคร ดังนั้นในภายหน้าทั้งผู้ส่งและผู้รับจะไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าไม่มีความเกี่ยวข้องกับข้อมูลดังกล่าว

Private key คือ กุญแจส่วนตัว ซึ่งใช้ถอดรหัสข้อมูล ( Decryption ) เนื่องจากความต้องการที่จะรักษาข้อมูลให้เป็นความลับ จึงต้องมีการแปลงข้อมูลโดยการเข้ารหัสข้อมูล (Encryption ) เพื่อไม่ให้บุคคลอื่นสามารถอ่านข้อมูลนั้นได้ โดยให้เฉพาะบุคคลที่ได้รับอนุญาต สามารถอ่านเข้าใจได้เท่านั้น

Cryptography หรือ ระบบการรหัส หมายถึง ระบบที่ผู้ส่งข้อความเข้ารหัส (Encrypt) เปลี่ยนแปลงข้อมูล จากข้อความปกติ (Plain Text) ไปเป็นข้อความที่เข้ารหัส (Cipher text) หลังจากนั้นจึงส่งข้อความไปให้ผู้รับ ทางผู้รับจะถอดรหัสข้อมูล (Decrypt)เพื่อให้ได้ข้อความปกติเหมือนดังที่ส่งมา วัตถุประสงค์ของ Cryptography ก็เพื่อที่จะปกปิดข้อมูลให้เป็นความลับในระหว่างที่ส่งข้อมูล โดยแม้จะมีผู้แอบลักลอบดูข้อมูลก็ไม่สามารถอ่านข้อความนั้นๆ ได้ เนื่องจากได้เป็นข้อมูลที่อ่านไม่ออกเพราะไม่สามารถถอดรหัสให้อ่านออกได้

คำศัพท์ครั้งที่ 4


Public key คือ การเข้ารหัสและถอดรหัสโดยใช้กุญแจรหัสคนละตัวกัน การส่งจะมีกุญแจรหัสตัวหนึ่งในการเข้ารหัส และผู้รับก็จะมีกุญแจรหัสอีกตัวหนึ่งเพื่อใช้ในการถอดรหัส ผู้ใช้รายหนึ่งๆจึงมีกุญแจรหัส 2 ค่าเสมอคือ กุญแจสาธารณะ (public key)และ กุญแจส่วนตัว (private key) ผู้ใช้จะประกาศให้ผู้อื่นทราบถึงกุญแจสาธารณะของตนเองเพื่อให้นำไปใช้ในการเข้ารหัสและส่งข้อมูลที่เข้ารหัสแล้วมาให้ ข้อมูลที่เข้ารหัสดังกล่าวจะถูกถอดออกได้โดยกุญแจส่วนตัวเท่านั้น

Digital Signatures หรือลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ หมายถึง กลุ่มของตัวเลขกลุ่มหนึ่งซึ่งแสดงความมีตัวตนของบุคคลคนหนึ่ง (กลุ่มตัวเลขนี้จะมีเลขที่ไม่ซ้ำกับใครเลย) ซึ่งจะใช้ในการแนบติดไปกับเอกสารใดๆ ก็ตามในรูปแบบของไฟล์ เจตนาก็เพื่อเป็นการยืนยันหรือรับรองข้อความที่ปรากฎอยู่ในไฟล์นั้นๆ ทำนองเดียวกับการลงลายมือชื่อด้วยหมึกลงบนกระดาษ เพื่อเป็นการยืนยันหรือรับรองข้อความที่ปรากฎอยู่บนกระดาษนั่นเอง

Decryption คือ การถอดรหัสข้อมูล อย่างข้อมูลที่ถูกใส่รหัสไว้ ซึ่งข้อมูลนี้เป็นข้อมูลที่ไม่สามารถอ่านได้ ดังนั้น จึงจำเป็นต้องนำข้อมูลเหล่านั้นมาถอดรหัส เพื่อให้สามารถอ่านได้

Encryption คือ  การเข้ารหัส หรือการแปลงข้อมูลให้เป็นรหัสลับ ไม่ให้ข้อมูลความลับนี้ถูกอ่านได้ โดยบุคคลอื่น แต่ให้ถูกอ่านได้โดยบุคคลที่เราต้องการให้อ่านได้เท่านั้น โดยการนำเอาข้อความเดิมที่สามารถอ่านได้ (Plain text,Clear Text) มาทำการเข้ารหัสก่อน เพื่อเปลี่ยนแปลงข้อความเดิมให้ไปเป็นข้อความที่เราเข้ารหัส (Ciphertext) ก่อนที่จะส่งต่อไปให้บุคคลที่เราต้องการที่จะติดต่อด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้บุคคลอื่นสามารถที่จะแอบอ่านข้อความที่ส่งมาโดยที่ข้อ ความที่เราเข้ารหัสแล้วซึ่งทำได้โดยใช้โปรแกรม

Key pair หรือคู่กุญแจ หมายถึง ระบบการเข้ารหัสและถอดรหัสข้อมูล โดยผู้ส่งและผู้รับจะมีกุญแจคนละดอกที่ไม่เหมือนกัน ผู้ส่งใช้กุญแจดอกหนึ่งในการเข้ารหัสข้อมูลที่เรียกว่า กุญแจสาธารณะ (Public key) ส่วนผู้รับใช้กุญแจอีกดอกหนึ่งในการถอดรหัสข้อมูลที่เรียกว่า กุญแจส่วนตัว (Private Key) ซึ่งระบบกุญแจคู่นี้เองเป็นระบบกุญแจพื้นฐานที่นำมาประยุกต์ใช้กับระบบ PKI 

วันศุกร์ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2556

คำศัพท์ครั้งที่ 3


Smishing: Smishing หรือ “SMS phishing” เป็นการ phishing ที่เจาะจงเป้าหมายไปที่ผู้ใช้มือถือ ผู้ใช้จะได้รับ SMS ที่มีลิงค์ และ malware ก็จะทำงานโดยอัตโนมัติในการพยายามติดตั้งตัวเองลงบนโทรศัพท์คุณ หรือนำคุณไปยังเวบ phishing คำนี้ถูกคิดโดย David Rayhawk ในบล็อกของ McAfee Avert Labs

BlueBugging: ถูกตั้งโดยชาวมาเลย์เซียคนหนึ่ง  bluebugging (ไม่เหมือนกับ bluesnarfing) เป็นการเข้าระบบของโทรศัพท์ผ่าน Bluetooth โดยที่ไม่ได้รับอนุญาติ  การกระทำนี้ปกติแล้วจะไม่สามารถรู้ได้เพราะไม่มีการเตือนอะไรทั้งสิ้น  ทำให้สามารถโทรศัพท์ออก  ส่งและอ่าน SMS ลบข้อมูลคอนแทค ดักฟังการสนทนา และอีกมากมาย แต่อย่างไรก็ดี มันมีลิมิต นั้นคือมันสามารถทำงานได้แค่ในระยะ 10 เมตรเท่านั้น

Pod Slurping: ถูกตั้งโดย Abe Usher; Pod Slurping คือเมื่อ iPod หรือ USB อะไรก็ตาม แอบทำการก็อปข้อมูลจำนวนมากจากคอมลงบนตัวมันเอง  Pod slurping นั้นเริ่มเป็นภัยอันตรายต่อบริษัทใหญ่ๆและหน่วยงานรัฐ  โดยปกติแล้ว ผู้ลงมือจะทำเมื่อไม่มีใครเฝ้าคอมอยู่ การกระทำนี้อาจใช้เวลาแค่ 65 วินาที

Ransomware: โปรแกรมที่ทำให้คอมคุณใช้ไม่ได้ โดยบอกให้คุณจ่ายเงินมาก่อน แล้วมันถึงจะเปิดให้ใช้  มัน ลักพาตัวคอมพิวเตอร์นั้นเอง!  Ransomware นั้นถูกรู้เรียกว่า “cryptovirus” หรือ “cryptotrojan”  ตัวอย่างของ Ransomware มี Gpcode.AK, Krotten, และ Archiveus Ransomware เคยเป็น trojan ที่เรียกว่า PC Cyborg, ถูกสร้างโดย Dr. Joseph Popp

Scareware: Scareware เป็นโปรแกรมที่หลอกให้ผู้ใช้ดาวน์โหลดหรือซื้อมัน โดยให้ผู้ใช้คิดว่ามันจะช่วยซ่อมคอม ซึ่งจริงๆแล้วมันเองแหละที่เป็นตัวปัญหา  Scareware มักจะทำการสแกนหลอกๆ แล้วก็แสดงรายชื่อ malware โดยที่ แน่นอน ไม่มีตัวมันเอง แล้วมันก็จะบอกว่าวิธีการ แก้ไขปัญหาเหล่านี้คือต้องซื้อโปรแกรมตัวเต็มของมัน ตัวอย่างของ scareware มี: System Security, Anti-Virus 2010, และ Registry Cleaner XP

วันเสาร์ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2556

คำศัพท์ครั้งที่ 2


ม้าโทรจัน  (Trojan horse) หมายถึง โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ถูกบรรจุเข้าไปในคอมพิวเตอร์ที่ดูเหมือนมีประโยชน์ แต่แท้ที่จริงก่อให้เกิดความเสียหาย เมื่อรันโปรแกรม หรือติดตั้งบนคอมพิวเตอร์ ผู้ที่ได้รับไฟล์โทรจันมักถูกหลอกลวงให้เปิดไฟล์ดังกล่าว โดยหลงคิดว่าเป็นซอฟต์แวร์ถูกกฎหมาย หรือไฟล์จากแหล่งที่ถูกต้องตามกฎหมาย เมื่อไฟล์ถูกเปิดอาจส่งผลลัพธ์หลายรูปแบบ เช่น สร้างความรำคาญด้วยการเปลี่ยนหน้าจอ สร้างไอคอนที่ไม่จำเป็น จนถึงขั้นลบไฟล์และทำลายข้อมูล โทรจันต่างจากไวรัสและเวิร์มคือโทรจันไม่สามารถสร้างสำเนาโดยแพร่กระจายสู่ไฟล์อื่น และไม่สามารถจำลองตัวเองได้ ทำหน้าเพื่อลอบเก็บข้อมูลของคอมพิวเตอร์เครื่องนั้น เช่น ข้อมูลชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน เลขที่บัญชีธนาคาร หมายเลขบัตรเครดิต และข้อมูลส่วนบุคคลอื่น ๆ โดยส่วนใหญ่แฮกเกอร์จะส่งโปรแกรมเข้าไปในคอมพิวเตอร์เพื่อดักจับข้อมูลดังกล่าว แล้วนำไปใช้ในการเจาะระบบ และเพื่อโจมตีคอมพิวเตอร์, เซิร์ฟเวอร์, หรือระบบเครือข่ายอีกที ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในชื่อการโจมตีเพื่อ "ปฏิเสธการให้บริการ" (Denial of Services)
โปรแกรมม้าโทรจัน ถือเป็นโปรแกรมที่สอดคล้องกับการทำงานของคอมพิวเตอร์ ไม่มีคำสั่งหรือการปฏิบัติการที่เป็นอันตรายต่อตัวคอมพิวเตอร์ จึงไม่ถือว่าเป็นไวรัสคอมพิวเตอร์


Backdoor แปลเป็นไทยก็คือประตูหลัง คือ รูรั่วของระบบรักษาความมั่นคง ที่เปิดทิ้งไว้ให้บุคคลอื่นเดินเข้านอกออกในบ้านได้โดยง่าย ซึ่งเป็นช่องทางลัดที่เกิดจากช่องโหว่ของระบบ เพื่อเปิดทางให้ผู้ไม่ประสงค์ดีสามารถเข้ามาในระบบและก่อความเสียหายได้

DoS Attack (Denial of Service) หมายถึง การขัดขวางหรือก่อกวนระบบเครือข่ายหรือ Server จนทำให้เครื่อง Server หรือเครือข่ายนั้นๆไม่สามารถให้บริการได้ตามปกติ ซึ่งการโจมตีด้วยวิธีการDoS Attack (Denial of Service) นั้นโดยทั่วไปนั้นจะกระทำโดยการใช้ทรัพยากรของ Serverไปจนหมด ยกตัวอย่างเช่น การส่ง Packet TCP/SYN เข้าไปหาเครื่องเป้าหมายโดยใช้ IP address ที่ไม่มีอยู่จริงในการติดต่อ ทำให้เครื่องเป้าหมายนั้นต้องสำรองทรัพยากรไว้ส่วนหนึ่งเพื่อรองรับการเชื่อมต่อที่กำลังจะเกิดขึ้น(ซึ่งไม่มีทางเกิดขึ้น)ดังนั้นเมื่อมีการเชื่อมต่อในรูปแบบนี้เข้ามามากเรื่อยๆจะทำให้เครื่องเป้าหมายนั้นเกิดการใช้ทรัพยากรไปจนกระทั่งหมดและยุติการให้บริการในที่สุด

DDoS (Distributed Denial of Service) คือการโจมตีในรูปแบบเดียวกันกับ DoS แต่จะต่างกัน
ตรงที่ว่าจะใช้หลายๆเครื่องช่วยในการทำซึ่งจะให้ผลลัพธ์ที่เป็นอันตรายและรวดเร็วมากกว่าการทำโดยใช้เครื่องเดียวมากนัก การโจมตีด้วยวิธีการ DDoS (Distributed Denial of Service) นี้นั้นการป้องกันเป็น
ไปได้ยากเพราะเกิดขึ้นจากหลายๆที่และหลายๆจุดซึ่งการโจมตีด้วยวิธีการ DDoS นี้นั้นจะเกิดขึ้นจากการที่ใช้ Botsซึ่งเป็นโปรแกรมที่ทำหน้าที่บางอย่างโดยอัตโนมัติ เข้าไปฝังตัวอยู่ที่เครื่อง Computer ของเหยื่อโดยจะเปลี่ยนให้computer เครื่องนั้นกลายเป็น Zombies เพื่อที่จะรอรับคำสั่งต่างๆจากผู้โจมตีโดยผ่านช่องทางต่างๆเช่น IRCเป็นต้น

Botnet หรือ “Robot network” มาจากคำว่า “Robot” กับ “Network”  Botnet คือคอมพิวเตอร์บนอินเตอร์เน็ตที่คอยเจ้าของไม่รู้ ส่งฟอร์เวิดอีเมลไปยังคอมพิวเตอร์อื่นๆบนอินเตอร์เน็ต คอมที่ติดเชื่อเหลานี้เรียกว่า “zombies”  DoS attacks (Denial of Service) โดยบ่อยครั้งจะใช้พวก zombie พวกนี้เป็นพันๆเครื่องหรือ เครือข่ายหุ่นรบที่ถือเป็นสะพานเชื่อมภัยคุกคามทางเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ด้วยมัลแวร์ทั้งหลายที่กล่าวในตอนต้นต้องการนำทางเพื่อต่อยอดความเสียหาย และทำให้ยากแต่การควบคุมมากขึ้น


วันศุกร์ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2556

คำศัพท์ครั้งที่ 1


Secure Sockets Layer (SSL)
คือ โปรโตคอลความปลอดภัย ที่ถูกใช้เป็นมาตรฐาน ในการเพิ่มความปลอดภัย ในการสื่อสารหรือส่งข้อมูลบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ในปัจจุบันเทคโนโลยี SSL ได้ถูกทำการติดตั้งลงบนบราวเซอร์ อาทิ IE, Netscape และอื่นๆมากมายอยู่เรียบร้อยแล้ว
โปรโตคอล SSL จะใช้ Digital Certificate ในการสร้างท่อสื่อสาร ที่มีความปลอดภัยสูง สำหรับตรวจสอบ และเข้ารหัสลับการติดต่อสื่อสารระหว่าง client และ server หน้าที่ของ SSL

มัลแวร์ (Malware)  ย่อมาจากคำว่า Malicious Softwareคือโปรแกรมประสงค์ร้ายต่างๆ โดยทำงานในลักษณะที่เป็นการโจมตีระบบ การทำให้ระบบเสียหาย และ ความไม่ปกติทางโปรแกรมที่สูญเสียความลับทางข้อมูล (Confidentiality) ข้อมูลถูกเปลี่ยนแปลง (Integrity) สูญเสียเสถียรภาพของระบบปฏิบัติการ (Availability)

ไวรัสคอมพิวเตอร์ (Computer Virus) คือ โปรแกรมชนิดหนึ่งที่มีความสามารถในการสำเนาตัวเองเข้าไปติดอยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์ และแพร่กระจายสู่เครื่องอื่นได้ โดยเจ้าของเครื่องนั้นๆ ไม่รู้ตัว และถ้ามีโอกาสก็สามารถแทรกเข้าไปติดอยู่ในระบบคอมพิวเตอร์อื่นๆ ซึ่งอาจเกิดจากการนำเอาแผ่นดิสก์หรือแฟลชไดร์ฟที่ติดไวรัสจากเครื่องหนึ่งไปใช้กับอีกเครื่องหนึ่ง การที่คอมพิวเตอร์ใดติดไวรัส หมายความว่าไวรัสได้เข้าไปผังตัวอยู่ในหน่วยความจำคอมพิวเตอร์เครื่องนั้นเรียบร้อยแล้ว การที่ไวรัสจะเข้าไปอยู่ในหน่วยความจำได้นั้นจะต้องมีการถูกเรียกใช้ให้ทำงาน เช่น แบ่งปันไฟล์ที่ติดไวรัสหรือส่งอีเมล์ที่ติดไวรัส เป็นต้น ซึ่งโดยปกติแล้วผู้ใช้มักจะไม่รู้ตัวเลยว่า ขณะที่ตนเรียกใช้โปรแกรมหรือเปิดไฟล์ใดๆขึ้นมาทำงาน ก็ได้เรียกไวรัสขึ้นมาทำงานด้วย จุดประสงค์การทำงานของไวรัสแต่ละตัวขึ้นอยู่กับผู้เขียนโปรแกรมไวรัสนั้น เช่น อาจสร้างไวรัสให้ไปทำลายโปรแกรมหรือข้อมูลอื่นๆ ที่อยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือแสดงข้อความวิ่งไปมาบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ เป็นต้น

หนอนคอมพิวเตอร์ หรือ คอมพิวเตอร์เวิร์ม(computer worm) หรือบางทีเรียกกันว่าเวิร์ม คือหน่วยย่อยลงมาจากไวรัสคอมพิวเตอร์ มีคุณสมบัติต่างๆ เหมือนไวรัสแต่ต่างกันที่หนอนคอมพิวเตอร์จะแพร่กระจายโดยไม่ผ่านการใช้งานของผู้ใช้ แต่จะอาศัยไฟล์หรือคุณสมบัติในการส่งต่อข้อมูลในคอมพิวเตอร์เพื่อกระจายตัวเอง บางทีเวิร์มสามารถติดตั้ง Backdoor ที่เริ่มติดเวิร์มและสร้างสำเนาตัวเองได้ ซึ่งผู้สร้างเวิร์มนั้นสามารถสั่งการได้จากระยะไกล ที่เรียกว่า Botnet โดยมีเป้าหมายเพื่อโจมตีคอมพิวเตอร์และเครือข่าย ส่งที่อันตรายอย่างยิ่งของเวิร์มคือ สามารถจำลองตัวเองในคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งแล้วแพร่กระจายตัวเองออกไปได้จำนวนมาก ตัวอย่างเช่น สามารถดักจับ username และ password และใช้ข้อมูลนี้เพื่อบุกรุกบัญชีผู้ใช้นั้น ทำสำเนาตัวเองแล้วส่งต่อไปยังทุกรายชื่อที่มีอยู่ในลิสต์อีเมล์ และเมื่อสำเนาตัวเองเป็นจำนวนมากจะทำให้การส่งข้อมูลผ่านเครือข่ายช้าลง เป็นเหตุให้ Web Server และเครื่องคอมพิวเตอร์หยุดทำงาน

สปายแวร์ (Spyware) คือเป็นซอฟต์แวร์ที่เขียนมาเพื่อส่งข้อมูลส่วนบุคคลของคุณไปยังคน หรือสิ่งที่ได้กำหนดไว้ หรือ มัลแวร์ชนิดหนึ่งที่ติดตั้งบนเครื่องคอมพิวเตอร์แล้วทำให้ล่วงรู้ข้อมูลของผู้ใช้งานได้โดยเจ้าของเครื่องไม่รู้ตัว แต่ว่า spyware จะเป็น Cookies ที่แอบแฝงเข้ามา โดยที่คุณไม่รู้ตัวเพื่อวัตถุประสงค์เพื่อการโฆษณาหรือแอบนำข้อมูลส่วนตัวของคุณส่งออกไป ผู้ผลิตส่วนใหญ่จะแจ้งเรื่องการส่งการ รายงานผลกลับในระหว่างการลงโปรแกรมอยู่แล้ว ผู้ใช้งานควรอ่านเงื่อนไขให้ดีก่อนตอบตกลง สามารถเฝ้าดูการใช้งานและรวบรวมข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้ได้ เช่น นิสัยการท่องเน็ต และเว็บไซต์ที่เข้าชม ทั้งยังสามารถเปลี่ยนค่าที่ตั้งไว้ของคอมพิวเตอร์ ส่งผลให้ความเร็วในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตช้าลง เป็นต้น
สปายแวร์ที่มีชื่อคุ้นเคยกันดีคือโปรแกรม Keylogger ซึ่งตกเป็นข่าวหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ เมื่อผู้ใช้ดาวน์โหลดไฟล์จากอินเทอร์เน็ตที่แฝงโปรแกรมนี้ จะทำให้โปรแกรมเข้าฝังตัวในคอมพิวเตอร์ส่วนตัว เมื่อผู้ใช้คอมพิวเตอร์ทำธุรกรรมการเงินทางอินเทอร์เน็ต ข้อมูล username และ password ของบัญชีผู้ใช้จึงถูกส่งตรงถึงมิจฉาชีพ และลักลอบโอนเงินออกมาโดยเจ้าของตัวจริงไม่รู้ตัว เป็นต้น

วันพฤหัสบดีที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2556

ความรู้เรื่อง Dos และ DDos


ความรู้เรื่อง Dos และ DDos
DoS Attack (Denial of Service)

DoS Attack (Denial of Service) หมายถึง การขัดขวางหรือก่อกวนระบบเครือข่ายหรือ Server จนทำให้เครื่อง Server หรือเครือข่ายนั้นๆไม่สามารถให้บริการได้ตามปกติ ซึ่งการโจมตีด้วยวิธีการDoS Attack (Denial of Service) นั้นโดยทั่วไปนั้นจะกระทำโดยการใช้ทรัพยากรของ Serverไปจนหมด ยกตัวอย่างเช่น การส่ง Packet TCP/SYN เข้าไปหาเครื่องเป้าหมายโดยใช้ IP address ที่ไม่มีอยู่จริงในการติดต่อ ทำให้เครื่องเป้าหมายนั้นต้องสำรองทรัพยากรไว้ส่วนหนึ่งเพื่อรองรับการเชื่อมต่อที่กำลังจะเกิดขึ้น(ซึ่งไม่มีทางเกิดขึ้น)ดังนั้นเมื่อมีการเชื่อมต่อในรูปแบบนี้เข้ามามากเรื่อยๆจะทำให้เครื่องเป้าหมายนั้นเกิดการใช้ทรัพยากรไปจนกระทั่งหมดและยุติการให้บริการในที่สุด

    วิธีการ DoS (Denial of Service) ที่เป็นที่นิยมในปัจจุบัน
    * SYN Flood Attack คือการส่ง Packet TCP/SYN โดยใช้ IP ที่ไม่มีอยู่จริง
    * Mail Bomb คือการส่ง Mail ที่มีขนาดใหญ่เป็นจำนวนมากเข้าไปเพื่อให้เนื้อที่ใน Mail box เต็ม
    * Smurf Attack คือการส่งปลอม IP address เป็นของเครื่องเป้าหมายแล้วจึงส่ง Packet ping เข้าไปหา
      Broadcast Address เพื่อให้กระจาย Packet เข้าไปทุกเครื่องแล้วหลังจากนั้นเมื่อทุกเครื่องได้รับแล้ว
      จึงตอบ Packet ไปหาเครื่องเป้าหมายซึ่งอาจเกิด Buffer Overflow ได้
    * Fraggle Attack เหมือนกับ Smurf Attack แต่เปลี่ยนเป็นใช้ Packet ของ UDP แทน
    * Ping of Death คือการส่ง Packet Ping ที่มีขนาดใหญ่เกินกว่าปกติเข้าไปที่เครื่องเป้าหมาย
    * Teardrop Attack คือการส่ง Packet ที่ไม่สามารถประกอบได้ไปให้เครื่องเป้าหมายเพื่อให้เกิดความสับสน
    * ICMP Flood Attack คือการส่ง Packet Ping เข้าไปที่เครื่องเป้าหมายเป็นจำนวนมาก
    * UDP Flood Attack
ความเสียหายที่เกิดโดยการโจมตีในรูปแบบ DoS
     ความเสียหายที่เกิดจาก DoS ส่งผลให้ผู้ใช้งานแต่ละส่วนไม่เหมือนกัน แล้วแต่ว่าเขาจะอยู่ในส่วนใด เช่น เป็นผู้เข้าไปใช้งานเป็นพนักงานในองค์กรที่โดนโจมตี หรือเป็นเจ้าของเครื่องที่ถูกใช้ในการโจมตี หรือจะมองในแง่ขององค์กรที่โดนโจมตีทุก ๆ ฝ่ายล้วนแล้วแต่เป็นฝ่ายเสียทั้งนั้น ยกเว้นคนที่ทำให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้น หรือคนที่เป็นคนบงการอยู่เบื้องหลังเท่านั้นที่ได้ประโยชน์จากการโจมตีนั้น
การป้องกันการถูกโจมตีระบบเครือข่าย
- การโจมตีที่เกิดขึ้นมักจะทำให้เกิดการใช้งานแบนด์วิดธ์จนเต็มที่ เช่น SYN flood ถ้าหากทำการกรองแพ็คเก็ตที่ ISP ได้ก็จะสามารถลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นได้
- ติดตั้ง hardware ที่มีขีดความสามารถสูงไว้ระหว่างเครือข่ายของท่านกับของระบบที่ต้องการป้องกัน เช่น  การติดตั้งอุปกรณ์สวิทช์หรือเราเตอร์ประสิทธิภาพสูงที่สามารถทำ fitering รวมไปถึงการมีฟังก์ชั่น DoS Attack Protection ได้
- โดยปกติการโจมตีแบบ DoS ผู้โจมตีมักจะโจมตีไปยังเป้าหมายโดยระบุเป็น IP Address โดยตรง ไม่ได้ ผ่านการ DNS lookup มาก่อน ดังนั้นเมื่อเกิดการโจมตีขึ้น ยังสามารถหาหนทางหลบหลีกการโจมตีดังกล่าว
ได้ 2 วิธีคือ
1. เปลี่ยน IP Address เมื่อเกิดการโจมตี
2. เปลี่ยน IP Address ไปเรื่อย ๆ แม้จะไม่มีการโจมตี
ซึ่งการกระทำทั้งสองรูปแบบก็มีข้อดีข้อเสียต่างกัน ในรูปแบบแรกจะต้องมีระบบตรวจจับที่ดี สามารถแจ้งเตือนผู้ดูแลระบบให้สามารถปรับเปลี่ยน IP address ได้อย่างรวดเร็ว จะเห็นว่ามีช่องว่างระหว่างการดำเนินงานอยู่ แต่ก็มียังมีข้อดีที่ผู้โจมตี จะไม่สามารถรู้แทกติกนี้จนกว่าจะเริ่มโจมตี ในขณะที่วิธีที่สองจะมีความยากลำบากในการเริ่มโจมตีมากกว่า

DDoS (Distributed Denial of Service)

DDoS (Distributed Denial of Service) คือการโจมตีในรูปแบบเดียวกันกับ DoS แต่จะต่างกัน
ตรงที่ว่าจะใช้หลายๆเครื่องช่วยในการทำซึ่งจะให้ผลลัพธ์ที่เป็นอันตรายและรวดเร็วมากกว่าการทำโดยใช้เครื่องเดียวมากนัก การโจมตีด้วยวิธีการ DDoS (Distributed Denial of Service) นี้นั้นการป้องกันเป็น
ไปได้ยากเพราะเกิดขึ้นจากหลายๆที่และหลายๆจุดซึ่งการโจมตีด้วยวิธีการ DDoS นี้นั้นจะเกิดขึ้นจากการที่ใช้ Botsซึ่งเป็นโปรแกรมที่ทำหน้าที่บางอย่างโดยอัตโนมัติ เข้าไปฝังตัวอยู่ที่เครื่อง Computer ของเหยื่อโดยจะเปลี่ยนให้computer เครื่องนั้นกลายเป็น Zombies เพื่อที่จะรอรับคำสั่งต่างๆจากผู้โจมตีโดยผ่านช่องทางต่างๆเช่น IRCเป็นต้น
ตัวอย่าง Bot ที่เป็นที่นิยม 
- Eggdrop
- Stom
- Kraken
- MayDay
- ASProx

วิธีการ DDoS (Denial of Service) ที่เป็นที่นิยม

เครื่องมือที่ใช้โจมตีแบบ DDoS มีใช้กันอย่างแพร่หลายมานานหลายปีแล้ว และบรรดาผู้ผลิตเองต่างก็มีวิธีป้องกันการโจมตีเช่นเดียวกัน รูปแบบการโจมตีที่นิยมใช้กันก็มีอย่าง SYN flood, UDP flood, ICMP flood, Smurf, Fraggle เป็นต้น ซึ่งจะได้ศึกษาในรายละเอียดและวิธีป้องกันกันต่อไป
1. การโจมตีแบบ SYN Flood
เป็นการโจมตีโดยการส่งแพ็คเก็ต TCP ที่ตั้งค่า SYN บิตไว้ไปยังเป้าหมาย เสมือนกับการเริ่มต้นร้องขอการติดต่อแบบ TCP ตามปกติ (ผู้โจมตีสามารถปลอมไอพีของ source address ได้) เครื่องที่เป็นเป้าหมายก็จะตอบสนองโดยการส่ง SYN-ACK กลับมายัง source IP address ที่ระบุไว้ ซึ่งผู้โจมตีจะควบคุมเครื่องที่ถูกระบุใน source IP address ไม่ให้ส่งข้อมูลตอบกลับ ทำให้เกิดสภาวะ half-open ขึ้นที่เครื่องเป้าหมาย หากมีการส่ง SYN flood จำนวนมาก ก็จะทำให้คิวของการให้บริการของเครื่องเป้าหมายเต็ม ทำให้ไม่สามารถให้บริการตามปกติได้ นอกจากนี้ SYN flood ที่ส่งไปจำนวนมาก ยังอาจจะทำให้เกิดการใช้แบนด์วิดธ์อย่างเต็มที่อีกด้วย
2. การโจมตีแบบ Ping of Death
เป็นการส่งแพ็คเก็ต ICMP ขนาดใหญ่จำนวนมากไปยังเป้าหมาย ทำให้เกิดการใช้งานแบนด์วิดธ์เต็มที่
3. การโจมตีแบบ UDP Flood
เป็นการส่งแพ็คเก็ต UDP จำนวนมากไปยังเป้าหมาย ซึ่งทำให้เกิดการใช้แบนด์วิดธ์อย่างเต็มที่ และ/หรือทำให้ทรัพยากรของเป้าหมายถูกใช้ไปจนหมด โดยจะส่ง UDP packet ไปยัง port ที่กำหนดไว้ เช่น 53 (DNS)
4. การโจมตีแบบ Teardrop
โดยปกติเราเตอร์จะไม่ยอมให้แพ็กเก็ตขนาดใหญ่ผ่านได้ จะต้องทำ Fragment เสียก่อนจึงจะยอมให้ผ่านได้ และเมื่อผ่านไปแล้วเครื่องของผู้รับปลายทางจะนำแพ็กเก็ตที่ถูกแบ่งออกเป็นชิ้นส่วนต่าง ๆ ด้วยวิธีการ Fragment มารวมเข้าด้วยกันเป็นแพ็กเก็ตที่สมบูรณ์ การที่สามารถนำมารวมกันได้นี้จะต้องอาศัยค่า Offset ที่ปรากฏอยู่ใน แพ็กเก็ตแรกและแพ็กเก็ตต่อ ๆ ไป สำหรับการโจมตีแบบ Teardrop นี้ ผู้โจมตีจะส่งค่า Offset ในแพ็กเก็ตที่สองและต่อ ๆ ไปที่จะทำให้เครื่องรับปลายทางเกิดความสับสน หากระบบปฏิบัติการไม่สามารถรับมือกับปัญหานี้ก็จะทำให้ระบบหยุดการทำงานในทันที
5. การโจมตีแบบ Land Attack
ลักษณะการโจมตีประเภทนี้เป็นการส่ง SYN ไปที่เครื่องเป้าหมายเพื่อขอสถาปนาการเชื่อมต่อ ซึ่งเครื่องที่เป็นเป้าหมายจะต้องตอบรับคำขอการเชื่อมต่อด้วย SYN ACK ไปที่เครื่องคอมพิวเตอร์ต้นทางเสมอ แต่เนื่องจากว่า IP Address ของเครื่องต้นทางกับเครื่องที่เป็นเป้าหมายนี้มี IP Address เดียวกัน โดยการใช้วิธีการสร้าง IP Address ลวง (โดยข้อเท็จจริงแล้วเครื่องของ Hacker จะมี IP Address ที่ต่างกับเครื่องเป้าหมายอยู่แล้ว แต่จะใช้วิธีการทางซอฟต์แวร์ในการส่งแพ็กเก็ตที่ประกอบด้วยคำขอการเชื่อมต่อ พร้อมด้วย IP Address ปลอม) ซึ่งโปรโตคอลของเครื่องเป้าหมายไม่สามารถแยกแยะได้ว่า IP Address ที่เข้ามาเป็นเครื่องปัจจุบันหรือไม่ ก็จะทำการตอบสนองด้วย SYN ACK ออกไป หากแอดเดรสที่ขอเชื่อมต่อเข้ามาเป็นแอดเดรสเดียวกับเครื่องเป้าหมาย ผลก็คือ SYN ACK นี้จะย้อนเข้าหาตนเอง และเช่นกันที่การปล่อย SYN ACK แต่ละครั้งจะต้องมีการปันส่วนของหน่วยความจำเพื่อการนี้จำนวนหนึ่ง ซึ่งหากผู้โจมตีส่งคำขอเชื่อมต่อออกมาอย่างต่อเนื่องก็จะเกิดปัญหาการจัดสรรหน่วยความจำ
6. Smurf
ผู้โจมตีจะส่ง ICMP Echo Request ไปยัง broadcast address ในเครือข่ายที่เป็นตัวกลาง (ปกติจะเรียกว่า amplifier) โดยปลอม source IP address เป็น IP address ของระบบที่ต้องการโจมตี ซึ่งจะทำให้เครือข่ายที่เป็นตัวกลางส่ง ICMP Echo Reply กลับไปยัง IP address ของเป้าหมายทันที ซึ่งทำให้มีการใช้งานแบนด์วิดธ์อย่างเต็มที่
7. การโจมตีรูปแบบอื่น ๆ
การโจมตีรูปแบบอื่น ๆ สามารถเกิดขึ้นได้ จำเป็นต้องมีการตรวจสอบและป้องกันแก้ไขตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ความเสียหายที่เกิดโดยการโจมตีในรูปแบบ DoS
ความเสียหายที่เกิดจาก DoS ส่งผลให้ผู้ใช้งานแต่ละส่วนไม่เหมือนกัน แล้วแต่ว่าเขาจะอยู่ในส่วนใด เช่น เป็นผู้เข้าไปใช้งาน เป็นพนักงานในองค์กรที่โดนโจมตี หรือเป็นเจ้าของเครื่องที่ถูกใช้ในการโจมตี หรือจะมองในแง่ขององค์กรที่โดนโจมตี ทุก ๆ ฝ่ายล้วนแล้วแต่เป็นฝ่ายเสียทั้งนั้น ยกเว้นคนที่ทำให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้น หรือคนที่เป็นคนบงการอยู่เบื้องหลังเท่านั้นที่ได้ประโยชน์จากการโจมตีนั้น
ถ้าเราจะจัดความเสียหายของ DoS นั้นก็สามารถจัดได้ตามประเภทของการทำงานของตัว DoS เอง ซึ่งสามารถแบ่งได้เป็นสองประเภทด้วยกันคือ
1. ความเสียหายกับเครื่องคอมพิวเตอร์
ในส่วนความเสียหายของเครื่องคอมพิวเตอร์นั้น เราก็สามารถมองได้สองมุมด้วยกันคือ ในมุมของเครื่องที่ถูกใช้ในการโจมตีกับในมุมของเครื่องที่โดนโจมตี
        1.1 เครื่องที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือในการโจมตี อันดับแรกคือเราสูญเสียการควบคุมของเครื่องเราเองทำให้คนอื่นสามารถเข้ามาบงการเครื่องของเราให้ไปทำอย่างโน้นทำอย่างนี้ตามที่เขาต้องการได้ อันดับสองคือการเสียทรัพยากรของเครื่องเองไม่ว่าจะเป็น ซีพียู เมโมรี หรือแบนด์วิดธ์ เป็นต้น  ทรัพยากรต่าง ๆ ของเครื่องที่กล่าวไปแล้วนั้นจะถูกใช้ไปรันโปรแกรมที่จะใช้ในการเข้าไปโจมตีเครื่องเหยื่อ ทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ของเรานั้นไม่สามารถใช้งานได้อย่างเต็มที่
        1.2 เครื่องที่เป็นเหยื่อในการโจมตีครั้งนี้ แน่นอนว่าทำให้เครื่องนั้นไม่สามารถให้บริการต่อไปได้ เพราะจุดประสงค์หลักของ DoS ก็คือสิ่งนี้ เพราะเครื่องนั้นมัวแต่ประมวลผล Request จำนวนมากที่ถูกส่งเข้ามาทำให้เครื่องนั้นทำงานหนักจนไม่สามารถรับงานได้อีกต่อไป บางเครื่องอาจจะแฮงก์ไปเฉย ๆ หรือระบบอาจจะ Crash เลยก็เป็นไปได้ทำให้เครื่องนั้นไม่สามารถให้บริการได้อีก
2. ความเสียหายกับระบบเน็ตเวิร์ก
ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับระบบเน็ตเวิร์กนั้นเราก็สามารถมองได้สองมุมเช่นกัน คือมองในมุมของผู้ที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือในการโจมตี และผู้ที่ถูกโจมตี
        2.1 มุมที่ผู้ถูกใช้เป็นเครื่องมือ ทำให้แบนด์วิดธ์ที่เราควรจะมีเหลือไว้ใช้นั้นถูกใช้ไปกับการโจมตีเสียหมด  บางครั้งก็กินแบนด์วิดธ์ทั้งหมดที่เรามีอยู่เพื่อใช้ในการโจมตีทำให้เครื่องหรือระบบที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือในการโจมตีนั้นไม่สามารถใช้งานระบบเน็ตเวิร์กได้อีกต่อไป
        2.2 มุมที่ผู้ถูกโจมตี เช่นเดียวกับแบนด์วิดธ์ของผู้ที่ถูกโจมตีนั้นก็จะใช้ไปอย่างรวดเร็วจนหมด ทำให้บริการที่เตรียมไว้ที่เครื่องที่ถูกโจมตีนั้นไม่สามารถใช้งานได้อีกต่อไป เครื่องที่ต้องการที่จะติดต่อเข้ามาที่เครื่องนี้ หรือผ่านเครื่องนี้เพื่อเข้าไปในระบบข้างใน (ในกรณีที่เป็นไฟร์วอลล์) ไม่สามารถใช้งานได้ ผู้ที่อยู่ด้านในของระบบก็จะไม่สามารถเชื่อมต่อกับระบบภายนอกได้เช่นเดียวกัน แต่ระบบ LAN ภายในก็ยังสามารถใช้งานได้ตามปกติ
3. ความเสียหายกับองค์กร
        3.1 เมื่อเกิดการโจมตีขึ้นแล้วก็มีแต่เสียกับเสียเท่านั้น ยิ่งองค์กรที่ถูกโจมตีด้วยแล้วความเสียหายนั้นก็เกิดขึ้นอย่างมากมายทีเดียว เริ่มตั้งแต่ความเสียหายของตัวเครื่องคอมพิวเตอร์หรือระบบที่โดนโจมตีเองทำให้ต้องเสียเวลาเสียค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมเพื่อที่ให้สามารถกลับมาให้บริการได้อย่างเดิม
        3.2 เสียโอกาสทางธุรกิจโอกาสที่จะทำธุรกรรมกับเครื่องที่โดนโจมตี หรือการทำธุรกรรมอื่น ๆ กับระบบภายในที่จำเป็นต้องต่อเชื่อมกับอินเทอร์เน็ตสูญเสียโอกาสที่จะทำธุรกรรมทางอินเทอร์เน็ต โอกาสที่ลูกค้าจะเข้ามาในเว็บ โอกาสที่จะปิดการขาย โอกาสที่จะสร้างรายได้ และอีกหลาย ๆ โอกาสที่ทางองค์กรจะต้องเสียไป
        3.3 เสียภาพลักษณ์ขององค์กร องค์กรที่ถูกโจมตีด้วยการโจมตีประเภท DoS นั้น ทำให้การบริการที่องค์กรนั้นเตรียมพร้อมไว้ให้บริการไม่สามารถให้บริการได้ ทำให้ภาพลักษณ์ขององค์กรนั้นเสียไป เพราะไม่สามารถป้องกันเหตุที่เกิดขึ้นได้ หรือไม่มีวิธีการแก้ไขที่รวดเร็วจนทำให้เกิดความเสียหายขึ้น ทำให้ลูกค้าขาดความเชื่อมั่นในองค์กรว่าจะสามารถตอบสนองความต้องการของตนได้ อาจเป็นเหตุให้ลูกค้าเปลี่ยนใจไปใช้บริการขององค์กรอื่นแทนในที่สุด
การป้องกันการถูกโจมตีระบบเครือข่าย
- การโจมตีที่เกิดขึ้นมักจะทำให้เกิดการใช้งานแบนด์วิดธ์จนเต็มที่ เช่น SYN flood ถ้าหากทำการกรองแพ็คเก็ตที่ ISP ได้ ก็จะสามารถลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นได้
- ติดตั้ง hardware ที่มีขีดความสามารถสูงไว้ระหว่างเครือข่ายของท่านกับของระบบที่ต้องการป้องกัน เช่น การติดตั้งอุปกรณ์สวิทช์หรือเราเตอร์ประสิทธิภาพสูงที่สามารถทำ filtering รวมไปถึงการมีฟังก์ชั่น DoS Attack Protection ได้

อุปกรณ์สวิทช์ Allied Telesyn รุ่น AT-8524M และรุ่น AT-9424T ดังกล่าวมีฟีเจอร์ที่สามารถป้องกันการโจมตีโดย Denial of Service (DoS)
     -โดยปกติการโจมตีแบบ DoS ผู้โจมตีมักจะโจมตีไปยังเป้าหมายโดยระบุเป็น IP address โดยตรง ไม่ได้ผ่านการทำ DNS lookup มาก่อน ดังนั้นเมื่อเกิดการโจมตีขึ้น ยังสามารถหาหนทางหลบหลีกการโจมตีดังกล่าวได้ 2 วิธีคือ 1.เปลี่ยน IP address เมื่อเกิดการโจมตี  2.เปลี่ยน IP address ไปเรื่อย ๆ แม้จะไม่มีการโจมตี ซึ่งการกระทำทั้งสองรูปแบบก็มีข้อดีข้อเสียต่างกัน ในรูปแบบแรกจะต้องมีระบบตรวจจับที่ดี สามารถแจ้งเตือนผู้ดูแลระบบให้สามารถปรับเปลี่ยน IP address ได้อย่างรวดเร็ว จะเห็นว่ามีช่องว่างระหว่างการดำเนินงานอยู่ แต่ก็มียังมีข้อดีที่ผู้โจมตีจะไม่สามารถรู้แทกติกนี้จนกว่าจะเริ่มโจมตี ในขณะที่วิธีที่สองจะมีความยากลำบากในการเริ่มโจมตีมากกว่า
DoS กับ DDos จุดประสงค์ของทั้งสองตัวก็คือ ขัดขวาง หรือทำลาย เครื่อง server หรือเครื่องเป้าหมายในเครือข่ายคอมพิวเตอร์ แต่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงในเรื่องของผลที่ได้ DDosให้การโจมตีที่รวดเร็วและรุนแรงกว่าเพราะใช้การโจมตีจากหลายๆที่โจมตีไปยังที่เดียว
ผู้โจมตีที่ใช้ Dos/DDoS เพื่ออะไร ?
เป็นเหตุผลทั่วไปที่ผู้ที่เป็นผู้ใช้จะกระทำสิ่งเหล่านี้ เพราะไม่ว่าเหล่าผู้โจมตีจะใช้วิธีไหน เหตุผลก็ไม่ต่างกัน ยกตัวอย่างเช่น
            1. ความอยากรู้อยากเห็น
ผู้โจมตีระดับ 
Script-Kiddies จะมีความอยากรู้อยากเห็นมากที่สุด เพื่อความต้องการอยากรู้ถึงความสามารถของโปรแกรมที่ตนสามารถหามาได้และไม่ได้นึกถึงความเสียหายของเป้าหมายที่เขาได้ก่อขึ้นมา
            2. เจตนาร้าย
ความไม่ลงรอยในธุรกิจหรือแม้แต่ผู้โจมตีที่แค่เห็นหน้าเว็บแล้วรู้สึกไม่ชอบโดยไร้เหตุผลประกอบ แค่ว่าไม่ชอบ และไม่มีเหตุผลที่แน่นอน
            3. ผลประโยชน์ทางการเงิน
บริษัทหนึ่งที่อาจถูกโจมตีเพื่อให้เลื่อนการเปิดตัวบริการออนไลน์ หรือการทำลายความน่าเชื่อถือขอบบริษัทคู่แข่ง ผู้โจมตีอาจได้รับการจ้างจากคู่แข่ง เพื่อผลประโยชน์ทางการเงินของผู้โจมตี ผู้โจมตีจึงไม่สนใจในเรื่องความผิดชอบชั่วดีในโลกออนไลน์
แหล่งที่มา
สมาชิกกลุ่ม
นางสาว ณัฏฐา รังษีอาจศึก 2551051542309
นางสาว ณัฐณิชา คงแก้ว 2551051542310
นางสาว พิชญา ภาษาประเทศ 2551051542312
นางสาว ศิริรัตน์ อุดมมงคลไพศาล 2551051542318